ผู้เขียน หัวข้อ: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.04  (อ่าน 842 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Lunarfaye

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2914
  • เพศ: หญิง
Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.04
« เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2013, 09:12:25 PM »
…………………………………………………….………………………….
Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.04
Tackey X Tsubasa
…………………………………………………….………………………….


แสงสลัวในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูหราที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูประณีตสะท้อนในดวงตากลมโตดำขลับ
ที่ตอนนี้วาวโรจน์อย่างไม่สบอารมณ์นักของชายหนุ่มร่างโปร่งผิวแทน
เสื้อสูททำงานถูกถอดออกวางพาดไว้บนหลังเก้าอี้อย่างไม่ใยดีนัก เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวถูกม้วนตลบขึ้นถึงข้อศอก
ด้วยอุณหภูมิความร้อนรุ่มในใจเจ้าตัวมากกว่าจะเกิดจากอากาศที่ภายนอก

สึบาสะรู้สึกว่าตนเองไม่โง่ก็คงบ้าที่ถูกทิ้งให้มายืนเท้าเอวทะเลาะอยู่กับบานประตูห้องนอนที่เจ้าของห้องปิดโครมใส่หน้ามาพักใหญ่แล้ว
และจนบัดนี้ห้องนั้นก็ถูกปิดประตูล็อคเงียบราวกับห้องปิดตาย ไม่ว่าเขาจะทุบ จะเคาะเรียก หรือจะพูดอะไร
คนข้างในก็ดูจะไม่ตอบสนองเอาซะเลย

...แล้วจะเอาไงดีล่ะทีนี้ จะถอยก็ไม่ได้...

ถ้าไม่ใช่ว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาได้รับโทรศัพท์จากคุณมัตสึโมโตะ จุน เลขาฯของคุณแม่ ว่าท่านต้องการให้พาตัวแฟนหนุ่มเข้าไป
พบท่านอีกครั้งที่ออฟฟิสล่ะก็ คิดเหรอว่าปกติคนอย่าง อิมาอิ สึบาสะ จะยอมเป็นฝ่ายแจ้นมาขอทำสัญญาสงบศึกแบบนี้ ทั้งที่ตั้งใจ
ไว้แล้วว่าจะไม่ขอเกี่ยวดองข้องแวะอะไรกับไอ้เจ้าชายน้ำแข็งนี่เด็ดขาด

“ปัดโธ่เว้ย! คิดว่าคำปฏิเสธง่ายๆแบบนี้จะไล่ชั้นไปได้รึไง กว่าจะตามหาตัวนายมาจนถึงนี่ได้แทบกระอัก
ไอ้เรื่องที่จะยอมตัดใจไปง่ายๆน่ะลืมไปได้เลย!”

คนพูดไม่พูดเปล่ายังทำหน้าหาเรื่องกับบานประตูอย่างไม่ลดละ ถึงแม้ว่าคนที่อยากทะเลาะด้วยตอนนี้จะได้ยินเพียงแค่เสียงก็เถอะ

“แต่ถ้านายอยากจะเล่นเกมแข่งความอดทนกันดูก็ได้นะ แต่บอกไว้ก่อนว่าชั้นไม่มีทางยอมแพ้หรอก รู้ไว้ซะด้วย!”

แล้วคนพูดก็หมายความตามนั้นจริงๆนั่นแหละ หลายวันมานี้ทั้งเขาทั้งโชต้องช่วยกันออกตามหาเจ้าชายน้ำแข็ง
ซึ่งเพียงแค่รู้ชื่อและได้พบหน้ากัน 2-3 ครั้งเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทรเลยสักนิด

จะไหว้วานใครก็ไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตาแฟนหนุ่มกำมะลอรายนี้ของเขาซะด้วย กระโตกกระตากมากไป
ก็กลัวพวกสายสืบของคุณแม่จะรู้เข้าซะก่อน

ไอ้ที่คาดหวังว่าจะเจอที่อยู่เบอร์โทรในฐานข้อมูลลูกค้าโครงการที่ซื้อคอนโดไว้ ก็ลืมไปว่าหมอนี่มันเด็กมีสังกัด
ชื่อคนจองคอนโดก็ดันเป็นชื่อ-ที่อยู่ของคุณนายโฮโซกิซะอีก

จะหวังพึ่งนามบัตรโฮสต์ของ ‘เซเรเนดคลับ’ ที่รุ่นพี่สึโยชิเคยหยิบให้ดู ปรากฏว่านามบัตรโฮสต์ที่ว่าดันไม่ใช่หมอนี่
แต่เป็นของคนชื่อ ‘โคอิจิ’ ไปซะอีก

กำลังนึกกังวลใจว่าหมอนี่อาจจะอยู่ดาวนาแม็ก ไม่ก็มาจากศตวรรษที่ 21 แหงมๆ ถึงได้มาผลุบๆโผล่ๆอยู่รอบๆตัวเขา
แต่พอต้องการตัวกลับหายไปดื้อๆ แต่แล้วเย็นวันนี้ หลังจากที่เขานั่งเคลียร์งานเอกสารที่คอนโดโครงการเพิ่งเสร็จกำลังจะกลับ

โชคดีที่เจ้าคนตายยากที่เขากับโชกำลังพลิกแผ่นดินหา ลงลิฟต์คอนโดโครงการมากับสาวสวยคนหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังที่จอดรถซะนี่
จำต้องตัดสินใจในวินาทีนั้น กระโดดขึ้นแท็กซี่แอบขับตามหลังมาจนกระทั่งรถคันงามวนไปส่งหญิงสาว
ที่อพาร์ตเม้นท์แห่งหนึ่งย่านชานเมืองโตเกียวก่อน แล้วจึงขับกลับมาถึงที่พักของชายหนุ่ม

ตอนอยู่บนแท็กซี่สึบาสะยังนึกหมั่นไส้

‘ชริ! ไอ้เสือนี่! หลอกสาวแก่ให้ซื้อคอนโดให้ แล้วลับหลังกลับมากุ๊กกิ๊กกับสาวอื่นหน้าตาเฉย ขยักแขยงคนแบบนี้จริงๆเลย พับผ่าสิ!’

กว่าจะมาถึงคอนโดใจกลางเมืองอีกแห่งที่เป็นที่อยู่ของเจ้าคาสโนว่านั่น ราคามิเตอร์แท็กซี่ก็แทบจะขโมยเอาค่าข้าวทั้งอาทิตย์ของเขา
ไปจนเกลี้ยงด้วยซ้ำ งานนี้คงได้ขอห่อข้าวที่ผับไปกินบ้านอีกนานแน่ๆ

...แล้วทั้งที่เลือดตากระเด็นแบบนี้ ยังได้คุยกับหมอนั่นแค่ 2-3 คำ ก็โดนให้มายืนคุยกับประตูซะงั้น จะไม่ให้มีน้ำโหได้ยังไง...

“โอ๊ย! เอาแต่หลบหน้าอยู่ในห้อง อย่าคิดว่าชั้นจะยอมปล่อยให้นายได้หลับได้นอนง่ายๆนะ ชั้นจะยืนแหกปากเรียกมันทั้งคืนอย่างนี้แหละ
จนกว่านายจะยอมรับข้อเสนอชั้น รู้ไว้ด้วย”

“รู้อยู่แล้วล่ะ! มีตัวกวนประสาทอย่างนายอยู่ในบ้าน ใครมันจะไปหลับได้ลง”

ใบหน้าเข้มของคนตัวขาวออร่าโผล่มาจากหลังบานประตูห้องนอนตรงหน้าที่ถูกเปิดออกอย่างฉับพลัน จนสึบาสะผงะถอยไปด้านหลังเล็กน้อย
ด้วยความตกใจ

ทาคิซาว่ากลับออกมาจากห้องด้วยชุดแจ๊กเก็ตหนังสีดำคลุมทับเสื้อเชิ๊ตเข้ารูปสีดำลายทาง และกางเกงยีนส์

“ตกลงนายยอมรับข้อเสนอชั้นแล้วสินะ” สึบาสะยิ้มอย่างมีความหวังแต่อีกคนสวนกลับแทบจะทันที

“ขอปฏิเสธ! ชั้นจะไปข้างนอก ถ้านายอยากจะอยู่ที่นี่นัก ก็เฝ้าบ้านให้ด้วยละกัน”

พูดจบทาคิซาว่าก็ผลักไหล่อีกคนให้พ้นทาง แล้วเดินไปใส่รองเท้าหน้าตาเฉย

“อ้าว! เฮ้ย! ไหงงั้นล่ะ”
……………………………………………………

ป้ายชื่อ “เซเรเนด คลับ” เป็นแสงสีม่วงอ่อนส่องทาบกับผนังสีเงินดูเร่าร้อน สมกับเป็นคลับหรูในย่านแหล่งบันเทิงยามราตรี
ดึกมากแล้วแต่แถวคิวของคนที่ยืนรอเข้าคลับยังยาวเหยียด หลายคนก็ดูเหมือนเริ่มเมาได้ที่มาจากที่อื่นบ้างแล้ว

รถสปอร์ตสีแดงขับปราดเข้ามาจอดกึก ตรงที่จอดของคลับหรูแห่งหนึ่ง ทาคิซาว่าก้าวลงจากรถอย่างไม่สนใจอีกคน
ที่นั่งนวดคอตัวเองตรงที่นั่งด้านข้างคนขับ ร่างโปร่งใช้มืออีกข้างเท้าคอนโซลหน้ารถอย่างหมดแรง เพราะนั่งพะอืดพะอมมาตลอดทาง
ด้วยฝีมือการออกตัวกระชากแบบไม่ยั้งและเบรคหัวทิ่มจนคอแทบเคล็ดอย่างจงใจแกล้งของคนขับ สึบาสะความหาและ
ปลดเข็มขัดนิรภัยอย่างไร้เรี่ยวแรง แล้วเปิดประตูรถลงไปยืนโอนเอนอยู่ข้างตัวรถ ก่อนจะกลั้นใจวิ่งตามหลังคนตัวขาว
ที่เดินนำห่างไปไกลแล้ว

ทาคิซาว่าเดินตรงไปที่พนักงานดูแลความปลอดภัยตรงทางเข้า VIP ชายผิวดำร่างใหญ่โค้งให้เขานิดนึงก่อนเปิดทางให้เขาเดินผ่าน
เข้าไปอย่างคุ้นเคย

“ทาคิซาว่าซัง!”

สึบาสะที่วิ่งร้องเรียกตามมา แต่ก็ถูกการ์ดตัวใหญ่เดินมากั้นทางด้านหน้า

“ขออภัยครับ คลับนี้เฉพาะเมมเบอร์เท่านั้นครับ”

“ทา...ทาคิซาว่าซัง!”

การ์ดผิวดำหันมาถามทาง VIP Member

“ไม่ทราบว่าท่านนี้...เป็นแขกของทาคิซาว่าซังรึเปล่าครับ?”

เจ้าชายน้ำแข็งมองกลับมาที่สึบาสะอย่างอ่อนโยน พร้อมรอยยิ้มหวานดุจรอยยิ้มเทวดาแต่กวนอารมณ์ในตอนนี้เป็นที่สุดเลย
ให้ตายสิ!

‘ไม่นะ…’  สึบาสะได้แต่กรีดร้องในใจ

“เปล่านี่ครับ ผมไม่ได้เชิญ”
รอยยิ้มเยาะของผู้ชนะปรากฏให้เห็นชัดเจน และพูดจบทาคิซาว่าก็เดินผิวปากหวือจากไป ก่อนกลืนหายเข้าไปในฝูงชนที่กำลังเดินเข้าคลับ

……………………………………………………

…ฮ้า! …

“เบียร์เย็นๆนี่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ทำให้กลับมารู้สึกผ่อนคลายได้เสมอจริงๆเลยน้า”
ทาคิซาว่าอุทานลอยๆอย่างอารมณ์ดี วางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะแล้วก็เอนหลังลงพิงพนักนุ่มของโซฟาตัวใหญ่
เขาอมยิ้มน้อยๆเมื่อนึกถึงหน้าตาเลิ่กลั่กของเจ้าตัวกวนที่ถูกเขาสลัดทิ้งไว้ด้านนอกคลับ

ถึงแม้ว่าช่วงนี้เพิ่งจะเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่ตอนดึกๆแบบนี้ข้างนอกก็น่าจะหนาวเอาการอยู่

‘ป่านนี้หมอนั่นคงยอมตัดใจกลับไปแล้วมั้ง’ 

ทาคิซาว่าคิด ก่อนที่เสียงทักอย่างอารมณ์ดีจะดึงความคิดเขาให้กลับมา

“แหม! วันนี้ท่าจะพายุเข้า นายถึงแวะมาหาได้ถึงนี่”

ชายหนุ่มหน้าตาดีผมยาวประบ่า เดินยิ้มมาหย่อนตัวนั่งโซฟาเดี่ยวทางด้านขวาของทาคิซาว่า

“อะไรกันครับรุ่นพี่โคอิจิ ถ้าไม่นับช่วงหลังๆนี้ ที่งานผมยุ่งมากจริงๆ ปกติผมก็แวะมาหาอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอครับ”

“นั่นก็ใช่หรอกนะ ว่าแต่วันนี้เจ้าชายทักกี้อารมณ์ดีขนาดนี้ มีเรื่องอะไรดีๆหรือไง? ไม่ได้เห็นนายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แบบนี้
มานานแค่ไหนแล้วน้า หึ หึ”

พอโดนแซวทาคิซาว่าก็รีบทำหน้าขรึมกลบเกลื่อนทันที

“ไม่ได้มีเรื่องอะไรดีๆหรอกครับ เรียกว่ามีแต่เรื่องวุ่นวายจะเหมาะกว่า อันที่จริงผมก็แค่กำลังคิดว่าไม่ได้มาดื่ม
กับพวกรุ่นพี่ตั้งนานแล้ว ได้มาที่ร้านนี้บ้างก็สบายใจดี”

“ว่าแต่รุ่นพี่นางาเสะล่ะครับ ว่าจะปรึกษาเรื่องงานเขาหน่อย”

พูดพลางทาคิซาว่าก็เหลียวมองเข้าไปในร้านเพื่อหาคนที่เขากำลังพูดถึง

“หมอนั่นน่าจะป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆนี้แหละ เมื่อกี๊นี้เห็นว่ามีเมมเบอร์ใหม่หน้าตาดีตรงสเปคเข้าให้น่ะ เลยร่อนหายไปละ
นายก็รู้นี่นะคนอย่างหมอนั่น คาสโนว่าชิดซ้าย”

ทั้งคู่หัวเราะเบาๆ เป็นอันรู้กัน

“อ้ะ! อยู่ตรงโซฟาใกล้เคาน์เตอร์ตรงมุมโน้นไง กับเจ้าหนุ่มผมดำตัวบางหน้าแบ้วนั่นน่ะ”

ทาคิซาว่ามองไปทางที่โคอิจิบุ้ยปาก แล้วก็สำลักพรวดเบียร์ที่กำลังดื่มอยู่ทันที

...แค้ก! แค้ก!...

เจ้าตัวแสบที่เขาคิดว่าน่าจะหนีหนาวกลับไปนอนซุกผ้านวมที่บ้านไปนานแล้ว บัดนี้กลับนั่งดื่มอย่างเฮฮา ลั้ลลา
อยู่กับรุ่นพี่จอมเจ้าชู้ที่เขาพูดถึงอยู่ซะงั้น

โคอิจิ ยื่นกระดาษทิชชู่กับแก้วน้ำเปล่าให้ พลางหัวเราะคิกคักกับท่าทางของทาคิซาว่า

“ก็อย่างที่รู้ๆกันนั่นล่ะ รสนิยมของหมอนั่นเค้า”

นางาเสะ โทโมยะ เป็นชายหนุ่มหน้าตาจัดว่าดี โดยเฉพาะในชุดสูทเนี้ยบสีขาวอย่างคืนนี้ ผมตรงยาวปรกบ่าของชายหนุ่ม
ถูกรวบจากด้านหน้าไปมัดเป็นปอยเล็กๆไว้ด้านหลังเรียบร้อย เขาเป็นทั้งเจ้าของคลับและหัวหน้าโฮสต์ ผู้ที่ใครๆก็รู้จักกันดีในนามของ

‘อาวุธลับความสำเร็จของ เซเรเนด โฮสต์คลับ’

นั่นเพราะเขาเป็นโฮสต์หนุ่มที่ป็อบปูล่าที่สุดในหมู่ลูกค้า ไม่ว่าจะชายหรือหญิง ตั้งแต่วัยรุ่นยันแก่ ใบหน้าคมคายหล่อเหลา
และรอยยิ้มเท่ห์ๆบวกสไตล์การพูดคุยที่ดูเป็นมิตรของเขา ทำให้ใครต่อใครรู้สึกสบายใจและพร้อมจะเปิดใจคุยด้วยได้ไม่ยาก
และเขาก็เป็นคนที่รักพี่น้องพวกพ้อง และดูแลใครก็ใครอย่างดีเสมอด้วย

นิสัยเสียข้อใหญ่ข้อหนึ่งที่คนใกล้ชิดที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก อย่างทาคิซาว่า และโคอิจิจะรู้ดี นั่นก็คือความเจ้าชู้
ไม่เลือกฝ่ายตรงข้ามของรุ่นพี่นี่ล่ะ ลองได้ถูกใจ เจอใครตรงสเปคเข้าล่ะก็ เป็นต้องลืมตัวทำอะไรโดยไม่สนใจวิธีการอยู่บ่อยๆ
ทุกวันนี้ทาคิซาว่าได้แต่พยายามไม่เข้าไปพัวพันกับเรื่องชู้สาวรอบๆตัวรุ่นพี่นางาเสะที่รักของเขา เพราะไม่อยากจะต้องมาปวดหัว
รับจ๊อบพิเศษเป็นนายท่าประจำสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่ต้องมาคอยช่วยสับรางบรรดาแฟนๆของรุ่นพี่ไม่ให้ประสานงา
หรือเหยียบตาปลากันเข้า ซึ่งมันไม่ใช่งานที่เขาถนัดนักหรอก แม้จะมีประสบการณ์ทำมาตั้งแต่เด็กๆก็เถอะ

“เพื่อนนายรึเปล่า?”

“เอ๋?”

“เมื่อกี๊เห็นไนเจลมารายงานว่าเจอหมอนี่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวรถนาย ดูน่าสงสัยเลยพามาหาชั้น”

เสียงโคอิจิดึงให้ทาคิซาว่าละสายตาจากคนทั้งคู่ที่นั่งอยู่ด้านโน้นให้หันกลับมาที่คู่สนทนาอีกครั้ง

“เอ่อ…ไม่…คือ…แค่เคยเจอกันผ่านๆน่ะครับ ว่าแต่ทำไมรุ่นพี่นางาเสะถึงพาเขาเข้ามาดื่มในนี้ได้ล่ะครับ”

“ช่วยไม่ได้นี่นะก็ตอนที่ไนเจลพามา หมอนั่นยืนกอดอกแน่นปากสั่นเป็นเจ้าเข้า ชั้นจะไปใจร้ายเตะโด่ง
ออกไปนอกร้านลงคอได้ไงกัน จังหวะที่นางาเสะเดินมาพอดีหมอนั่นก็เลยโฉบเอาตัวไปอย่างที่เห็น”

โคอิจิมองหน้ารุ่นน้อง ตาเป็นประกายแฝงแววซุกซน ก่อนลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ

“แน่ใจนะว่าเขาไม่ได้มารอเจอนาย”

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ รุ่นพี่โคอิจิ แค่คนรู้จักกันเท่านั้นครับ”

โคอิจิกับทาคิซาว่าที่โตมาด้วยกัน สนิทกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ มีหรือจะดูไม่ออกว่าอีกคนลุกลี้ลุกลนแปลกๆ
ท่าทางเหมือนยังไม่อยากเล่าให้ฟังมากกว่า แต่โคอิจิเองก็ไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน
ตราบเท่าที่มันไม่มีเรื่องสนุกๆให้เขาแกล้งได้

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยังเป็นผู้ร้ายปากแข็ง โคอิจิจึงแกล้งเปรยลอยๆให้ได้ยิน

“ถ้าแค่คนรู้จักก็แล้วไป ก็รู้จักรุ่นพี่นางาเสะดีนี่นะ เจ้าหนุ่มนั่นน่ะสเปคนางาเสะคุงเขาล่ะ”

พอได้ฟังทาคิซาว่าก็เผลอกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างไม่รู้ตัว หันไปมองเจ้าตัวป่วนที่ดูยังไงก็เป็นแค่คุณหนูใจแตก
ที่ยังอ่อนต่อโลกแล้วก็ชักหวิวๆแทน มองไปทีไรก็เห็นหมอนั่น ตบช็อต ยกซด ตามเสียงเชียร์ของรุ่นพี่นางาเสะที่นั่งอยู่ข้างๆทุกที
แล้วทุกครั้งที่มองทาคิซาว่าก็เผลอถอนหายใจอย่างไม่รู้ตัว

...เฮ้อ...หมาป่ากับลูกแกะชัดๆ
……………………………………………………

“ยอดไปเลย!”

นางาเสะ โทโมยะ ตบมือดังป้าบๆ หัวเราะเสียงดังหลังจากที่ สึบาสะกระดกแก้วดื่มเครื่องดื่มสีฟ้าอมม่วงลงไปรวดเดียวหมด

“สึบะสะคุงนี่ผสมค็อกเทล ชงเหล้าได้หลายแบบมากเลยนะ เสียดายจังที่ชั้นดื่มไม่ค่อยเก่ง ว่าแต่นายช่วยชั้นดื่มไปตั้งเยอะแบบนี้
ไม่เมาแย่เหรอเนี่ย ไหวรึเปล่า?”

นางาเสะโอบไหล่ร่างบางที่นั่งโงนเงนไปมาให้เอนพิงมาทางไหล่ตน

“อื้อ...ม่ายเปนรายคับ …ฮิก!... หวายคับ ไหว …ฮิก!...”

ร่างบางตอบทั้งที่แทบจะลืมตาไม่ขึ้น

“งั้นตาชั้นชงให้นายชิมมั่ง”

นางาเสะก้มลงมองคนที่เอียงพิงไหล่เขายิ้มๆ

“อันนี้สูตรเหล้าแก้หนาว...รับรองว่าร้อนรุ่มเลยเชียวล่ะ”

แก้วช็อตสีขาวขุ่นถูกจับใส่มือสึบาสะ ก่อนช่วยประคองยกขึ้นจ่อริมฝีปาก แล้วน้ำสีขาวขุ่นก็ไหลรินผ่านริมฝีปากอิ่มสีแดงฉ่ำ
จากฤทธิ์แอลกอฮอร์เข้าไปจนหมดแก้ว ร่างบางงึมงำ 2-3 คำ ก่อนเอนตัวคอพับพิงลงที่พนักโซฟาด้านหลัง

นางาเสะแตะเข้าที่ต้นแขนเบาๆ ปากก็เอ่ยเรียกชื่อ

“สึบาสะคุง? สึบาสะคุง?”

ร่างชายหนุ่มผิวแทนยังคงนั่งหลับตาพิงพนักโซฟานิ่ง ไม่ตอบสนองเสียงเรียกชื่อตนแม้แต่นิด

ร่างของชายหนุ่มอีกคนกลับเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“รุ่นพี่นางาเสะ วันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“อ่า...ขอโทษนะทักกี้ นายมาทั้งทีชั้นดันไม่ว่างไปคุยด้วยเลย ไว้แวะมาอีกสิ คราวหน้ามาตอนปิดร้านสิจะได้ก๊งกันยาวๆ”

“อ่ะ...ครับ...”

ทาคิซาว่ารับคำแล้วยืนนิ่งอยู่นานก่อนตัดสินใจเรียกอีกคน

“ผมขอตัวกลับนะครับ อิมาอิซัง”

...ไม่มีสัญญาณตอบรับจากซากร่างที่แน่นิ่งไม่ไหวติง...

“เพื่อนนายเหรอ?”

นางาเสะ โทโมยะบุ้ยปากไปทางร่างที่ยังแน่นิ่งอยู่ที่พนักโซฟา

“คนรู้จักน่ะครับ”

“ถ้าแค่คนรู้จักก็ไม่ต้องห่วงนะ แขกที่เมาน่ะชั้นจัดการได้ เรื่องปกติน่ะ มีทุกวันอยู่แล้ว นายกลับไปพักเถอะ”

ถึงจะพูดว่า ‘กลับไปพักเถอะ’ แต่สีหน้าแววตาของรุ่นพี่นางาเสะดูเหมือนอยากจะบอกว่า ‘รีบๆกลับไปได้แล้วล่ะ’ ซะมากกว่า

...เฮ้อ...

“งั้นผมลาล่ะครับ”

ทาคิซาว่ากล่าวลาแล้วเดินออกจากร้านไป

แล้วเสียงสตาร์ทเบาๆของรถสปอร์ตคันงามก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ของรถที่ค่อยๆเคลื่อนตัวห่างออกไป

……………………………………………………

ร่างโปร่งถูกวางลงบนเตียงหนานุ่มสีขาวครีมอย่างช้าๆ ใครจะไปคิด เห็นตัวบางๆอย่างนี้กลับหนักไม่ใช่เล่น
เมื่อเจ้าของร่างไร้สติโดยสิ้นเชิงอย่างตอนนี้ กว่าจะอุ้มเจ้าชายนิทราขึ้นลิฟต์มาที่เพ้นต์เฮ้าส์ส่วนตัวที่อยู่ด้านบนของคลับได้
ก็เล่นเอานางาเสะ โทโมยะ หลังชุ่มเหงื่อ

เขาทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆร่างของสึบาสะ เขาก้มลงมองดูใบหน้าของคนที่หลับสนิทอยู่ใกล้ๆ สายตาไล่มองไปตามเครื่องหน้า
นิ้วมือก็ลากไล้ไปตามสายตาอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากอิ่มฉ่ำ เลื่นไปยังสันจมูกเล็กรั้นนิดๆ แพขนตายาวและหน้าผากโค้งมนได้รูป

“สึบาสะคุง”

นางาเสะเรียกชื่อเบาๆพลางไล้นิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ลงมาปรกหน้าผากของชายหนุ่มออก แต่อีกฝ่ายมีเพียงเสียงงึมงำตอบกลับมาฟังไม่ได้ศัพท์
ร่างสีน้ำผึ้งพึมพำทั้งที่ยังหลับตา มือพยายามป่ายปัดกระชากแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนที่สวมอยู่ให้เปิดออก

“ร้อน...อาวออกที...หายใจม่ายออก...”

“คร้าบๆ จะจัดให้ตามพระบัญชาเดี๋ยวนี้ล่ะคร้าบ ท่านราชินี”

นางาเสะ โทโมยะ กลั้นหัวเราะ หึหึ มองร่างบอบบางบนเตียงยิ้มๆก่อนนั่งลงบรรจงปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตขาวออกทีละเม็ด
เผยให้เห็นแผ่นอกกว้างผิวสีแทนเรียบเนียนภายใน

“อิทาดาคิมัส”

นางาเสะตบมือเข้าหากันเบาๆกล่าวยิ้มๆก่อนก้มลงประทับรอยจุมพิตที่หน้าผากเจ้าคนที่ยังนอนพึมพำไม่รู้เรื่องรู้ราว   

-------------To be Continue--------------

ตอนนี้แอบมาแบบสั้นๆ เพราะไม่ค่อยมีเวลาจิ้มแต่จะทิ้งไว้นานๆก็จะขี้เกียจอีกเลยมาขอแะไว้แถวนี้ละกันนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 07, 2013, 08:56:08 PM โดย Lunarfaye »

ออฟไลน์ Pla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5134
  • เพศ: หญิง
Re: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.04
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2013, 08:26:39 PM »
นางาเสะรับบทเยี่ยงนี้ again
รุ่นพี่เป็นคนแบบไหนกันคะ
Plathong for Tackey&Tsubasa forever

ออฟไลน์ Lunarfaye

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2914
  • เพศ: หญิง
Re: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.04
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2013, 04:59:16 AM »
เป็นรุ่นพี่ที่น่ารัก และผู้ชายที่คึกคะนองสุดๆ (^^')