ผู้เขียน หัวข้อ: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.06  (อ่าน 729 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Lunarfaye

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2914
  • เพศ: หญิง
Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.06
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2013, 12:31:41 AM »
…………………………………………………….………….
Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.06
Tackey X Tsubasa
…………………………………………………….………….


แสงแดดอ่อนๆยามเช้าของช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงอันอบอุ่น ลอดผ่านผ้าม่านขาวบางของหน้าต่างบานใหญ่ตรงระเบียงคอนโด
เข้ามากระทบผนังห้องสีขาวครีมทำให้ห้องดูสว่างไสว

ไออุ่นของแสงแดดฉาบไล้จับที่เส้นผมสีน้ำตาลยาวพลิ้วสวยของชายหนุ่มหน้าคมราวรูปสลัก ผิวขาวของเขายามต้องแสงแดด
ยิ่งดูเจิดจ้าน่ามอง ถ้วยกาแฟในมือส่งกลิ่นหอมกรุ่นล่องลอยขึ้นมาตามควันสีขาวจางๆ

ภาพเจ้าของห้องที่ยืนพิงเคาน์เตอร์ในห้องเตรียมอาหาร บรรจงยกแก้วกาแฟดำอุ่นๆขึ้นจิบเบาๆ
ยั่วอารมณ์ของชายหนุ่มผมดำอีกคนที่ยืนกอดอกพิงประตูอยู่ ให้ขุ่นมัวอย่างไม่มีสาเหตุ

แม้ซากุระอิ โชจะรู้ตัวว่าเป็นแขกที่เจ้าของห้องจำใจเชิญ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาคิดจะญาติดีกับเจ้าที่เจ้าทางแถวนี้ซักเท่าไหร่
สายตาที่มองจ้องอยู่จึงเป็นประกายกร้าวท้าทาย ยิ่งอีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นมากเท่าไหร่
มันก็ยิ่งกระตุ้นต่อมเหวี่ยงของเขามากขึ้นเท่านั้น

ยอมรับเลยว่าเขาหงุดหงิดไม่ใช่น้อยมาตั้งแต่เมื่อคืน ในเมื่อเขากดโทรหาสึบาสะเป็นล้านรอบ แทบจะตลอดคืนด้วยความเป็นห่วง
แต่เสียงรับสายในตอนใกล้สว่างกลับเป็นเสียงของชายหนุ่มตรงหน้า

…ฮึ!... ‘อีก 3 ชั่วโมงค่อยมารับ’ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!

ทันทีที่รู้ที่อยู่ เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็เพียงพอสำหรับเขาที่จะประเมินสถานการณ์และเตรียมของใช้ที่คิดว่าจำเป็น
จากนั้นก็บึ่งมาที่นี่แทบจะทันทีนั่นแหละ ใครมันจะไปยอมปล่อยให้คนที่ตัวเองแอบเพาะเมล็ด ปลูกต้นรักมาเกือบ 10 ปี
มาขลุกอยู่กับผู้ชายคนอื่น 2 ต่อ 2 กันเล่า

...สึบาสะนะ สึบาสะ...

ไอ้คนของเราก็น่าโมโหที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ดันปล่อยให้เมาถึงขั้นไม่รู้ตัว โอ๊ย!! แล้วสภาพที่เห็นนี่มันอะไรกัน!
ไอ้สภาพเกือบเปลือยเปล่านั่นอีก!!...แม่เอ๊ย! ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด

ต่อให้ไอ้เจ้าชายน้ำแข็งนั่นจะทำเป็นนิ่งสงบ สยบเหวี่ยงปานใด มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาพยักหน้ารับ
แล้วยอมจบง่ายๆกับคำอธิบายไม่กี่ประโยค ถึงจะบอกว่าเมาอ้วกเลอะเสื้อผ้าตัวเองก็เถอะ แต่มันก็ยังเป็นความจริงที่ว่า
หมอนั่นได้แต๊ะอั๋งคนของเราไปแล้ว!!!

ติดที่ว่าสภาพการณ์มันฟ้องว่าเขาเป็นผู้เสียหายที่ต้องมาเดือดร้อนช่วยดูแลซะนี่ จะอาละวาดก็ไม่ถนัด...
ไม่งั้นรับรองชั้นสอยไอ้คุณชายนี่ร่วงไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้มายืนจิบกาแฟสบายใจอย่างนี้ร๊อก!
ยิ่งคิดกลับไปกลับมาหลายตลบก็ยิ่งหงุดหงิดจนคันมือยิบๆ จะลงแดงเอา

……………………………………………………

“นี่! เสื้อผ้าชุดเมื่อคืนของเขาอยู่ไหนน่ะ” โชทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตรนัก

“ในตู้อบผ้าด้านซ้ายล่าง”

ซากุระอิ โช เดินผ่านหน้าไปเอาเสื้อผ้าของสึบาสะจากตู้อบผ้าใบหน้ามู่ทู่

‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ ฉายาที่บรรยายคนตรงหน้าได้ถูกเผงจริงๆ เพราะทั้งที่โดนรังสีอำมหิตจากก้อนสารกัมมันตภาพรังสี
ที่มีชื่อว่า ‘คนหวงเพื่อนจนเกินงาม’ ปล่อยใส่ตลอดเวลา แต่ทาคิซาว่าก็ยังหน้าตาย จิบกาแฟสบายใจ
ถามมาตอบไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาซักนิด ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองคนถามด้วยซ้ำ

“นี่! นายแน่ใจนะว่าพวกนาย 2 คนไม่ได้ทำอะไรแปลกๆกัน?”

คำถามที่คนถามอาจจะจริงจัง แต่คนฟังแทบจะสำลักกาแฟ

“ไอ้...อะไรแปลกๆ ที่นายว่าน่ะ มันอะไรมิทราบ!”

ทาคิซาว่าที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน พอเจอคำถามแบบนี้เข้าไปก็ชักจะหงุดหงิดเหมือนกัน บรรยากาศในห้องก็เลยเริ่มมาคุ สมใจโช

“ก็อะไรแปลกๆ ที่คนไม่รู้จักมักจี่มันไม่ควรจะทำกันน่ะ ‘เรื่อง-ไม่-ควร-ทำ’ น่ะ!”

เจ้าตัวย้ำช้าๆทีละคำหยั่งกับสอนเด็กหัดพูด

“เรื่องไม่ควรทำที่คุ...”

ยังพูดไม่จบโชก็สวนเข้าให้ “ทั้งนั้นแหละ! ลูบ คลำ หรือจับ จูบ”

ทาคิซาว่าชะงักเอากลางประโยค เพราะคำพูดของอีกคน... ‘จูบ’...

ดูท่าอีกหน่อยคำว่า ‘จูบ’ คงได้จดสิทธิบัตรเป็นยาแก้อัลไซเมอร์เร็วๆนี้ เพราะทันทีที่ได้ยิน
ภาพติดตาของใบหน้าเนียนสีแดงเรื่อด้วยฤทธิ์ยา ที่เคลื่อนเข้ามาประทับริมฝีปากก็ผุดขึ้นมาในหัว
จังหวะตักตวงรสรักอย่างหิวกระหายของหมอนั่น ทำเอาเจ้าของความคิดเผลอลืมตัวยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ

สายตาคมกริบของโชปราดเข้าจับทันที ราวกับเรด้า แต่ทว่าเสียงทักของอีกคนดันสอดขึ้นมาเป็นเสียงระฆังหมดยกช่วยไว้พอดี

“โช! ...เรากลับกันเหอะ”

คนในห้วงความคิดปรากฏตัวออกมาพอดี กระตุ้นให้ทาคิซาว่ายิ่งทำตัวไม่ถูก อิมาอิ สึบาสะ ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว
เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดตรงเข้ามาคล้องคอเพื่อนแล้วลากไปที่ประตูห้องทันทีโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเจ้าของห้องที่ยืนอยู่

ถ้าเป็นรูปการปกติ โชคงไม่ยอมจบง่ายๆเป็นแน่ แต่ใบหน้าเนียนอิ่มที่บัดนี้ทิ้งไรหนวดอ่อนๆสีจางรอบๆริมฝีปากกับคางต่างหาก
ที่ทำให้เขาลืมเรื่องที่กำลังข้องใจอยู่

“สึบาสะ...ชั้นเอามีดโกนใส่ไว้ให้ในถุงสีฟ้านะ” โชทักขึ้น

“หื้อ? อะไร?” สึบาสะที่เดินไปก้มลงใส่รองเท้าหันมามองเพื่อนแบบหงุดหงิดนิดนึง

“อ้า!...เห็นละ!”

“……………..”

ลองมาอิหรอบนี้ คนที่รู้ดีว่าไม่ควรไปแตะ ก็คงต้องเป็นเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็ก อย่างซากุระอิ โชสินะ...
ลองปล่อยหนวดปล่อยเคราแบบนี้ ก็พอจะรู้หรอกนะว่าหมอนี่กำลังเข้าโหมดเสียเซ้วสุดๆ

...จะให้ทำใจยังไงได้ ก็คนมันหน้าแบ้วใสกิ๊กอย่างสึบาสะเนี่ยนะ จะมามีรอบปากเขียวเป็นปื้น ไหนจะเครารอบกรอบหน้านั่น...
แล้วเลยจากปื้นเคราสีจางๆนั่นขึ้นไปแถวต้นคอ

...เอ๋?!...สายตาหยุดอยู่ที่รอยสีกุหลาบนั่น!

“สึบาสะ!...คอนาย?” โชพูดขึ้น

“อ๊ะ!” สึบาสะรีบตะปบหมับปิดต้นคอตนทันที แต่เขาก็ไวไม่พอ เพราะซากุระอิ โชเดินเข้ามาคว้าจับข้อมือเขาไว้แน่น
ก่อนที่มันจะทันบดบังร่องรอยเจ้าปัญหา

...งานเข้า...

……………………………………………………

ทาคิซาว่าที่เดินตามออกมาส่งที่หน้าห้องได้ยินการสนทนา ก็นึกตามไปถึงร่องรอยที่เห็นบนร่างคนตัวบาง
ในระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เมื่อคืน

พลั่ก!!

พลาดเหม่อไปแค่วินาทีเดียว รู้ตัวอีกทีหมัดของโชก็กระแทกเข้าให้ที่หน้าจนล้มลงไปนั่งกับพื้น

“อุ๊บ!”

ทาคิซาว่ายกมือขึ้นใช้ปลายนิ้วซับเลือดสีเข้มของตนที่ซึมออกมาตามริมฝีปากตรงมุมที่ปริแตก

“นี่แทนคำขอบคุณสำหรับไอ้พวกฉวยโอกาส สร้างภาพเป็นคนดี”

โชมองอีกคนด้วยใบหน้านิ่ง มีเพียงแววตาเท่านั้นที่เต้นระริกด้วยความโกรธ

ส่วนคนเจ็บตัวได้แต่ระบายลมหายใจยาว ประสานสายตานิ่ง รู้ทั้งรู้ว่ารอยนั่นเป็นฝีมือรุ่นพี่นางาเสะ ที่ฝากมาให้เขาเป็นการแก้แค้น
โทษฐานขัดลาภปาก เพราะตามเนื้อตัวอีกคนไม่ได้มีร่องรอยอะไรอื่นอีก แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนแก้ตัว
กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก เลยทำได้แค่นั่งเงียบรับผลบุญไป

ดวงตากลมโตสีดำขลับปรายตามองมาที่เขาอย่างเย็นชาเพียงแว้บเดียวก็เมินหน้าไปทางอื่น
อันที่จริงแผลที่ริมฝีปากก็แค่แสบๆคันๆ แต่สายตาของคนผิวเข้มที่อุตส่าห์หอบหิ้วมาเมื่อคืนนี่มันเจ็บแปล๊บๆจนจุกที่อกแบบบอกไม่ถูก

“พอแล้วล่ะโช! อย่าทำแบบนี้เลย ไม่มีหลักฐานอะไรว่าเขาทำนี่นะ ชั้นเองก็ดันเมาไม่รู้เรื่อง ช่างเถอะน่า เราไปกันเหอะ”

สึบาสะหันไปดึงแขนโช ก่อนหันมาโค้งลาตามมารยาท

“วันนี้พวกผมขอตัวก่อนนะครับ ทาคิซาว่าซัง ไว้พรุ่งนี้ผมจะติดต่อคุณอีกครั้งเรื่องรายละเอียดของสัญญาว่าจ้างที่เราต้องคุยกัน”

พูดจบคนพูดก็ลากดึงแขนเพื่อนอีกคนให้ออกไปด้วยกันทั้งที่อีกคนดูจะไม่เต็มใจนัก
ทาคิซาว่าถอนหายใจ ก่อนเอนตัวลงไปนอนหลับตายกแขนก่ายหน้าผากอย่างล้าๆ ที่พื้นโถงทางเข้า
ฮึ! ปากก็พูดว่าไม่มีหลักฐาน แต่อาการเจ้าตัวก็เห็นชัดๆว่าปักใจเชื่อไปแล้วไม่ใช่เหรอไง นึกแล้วมันน่าโมโหชะมัด!

……………………………………………………

ตั้งแต่เดินออกจากคอนโดทาคิซาว่าซังมา โชก็เอาแต่ทำหน้ามุ่ย เดินดุ่ยๆอยู่ข้างหน้า แถมไม่ยอมพูดอะไรซักคำ
สึบาสะเองก็อาศัยช่วงยาวของขา พยายามปั่นสเตปตามคนตรงหน้าให้ทัน แต่ด้วยในหัวยังเหมือนมียุงบินตีกันอยู่เป็นกองทัพ
ชักจะเริ่มหน้ามืด สุดท้ายถอดใจ ยอมตะโกนบอกคนข้างหน้า

“นี่ถ้านายรีบนัก เราแยกกันแถวนี้ดีไหม ซากุระอิ โช”

คนถูกเรียกยอมหยุดนิ่งทั้งที่ยังอยู่ในอารมณ์ไม่ปลื้มคนด้านหลังที่ลากเขาออกมาจากคอนโด
ทั้งที่ใจเขาอย่างจะซัดเจ้าคนหน้าหวานนั่นอีกซักหมัด

‘เอาแต่ปกป้องไอ้หมอนั่นอยู่ได้’ โชคิดในใจ

ถึงจะรู้ว่าเป็นนิสัยของเจ้าตัวเค้า แต่มันก็ยังน่าหงุดหงิดอยู่ดี

แม้จะไม่ยอมหันกลับไปตามเสียงเรียกทันที แต่พอลอบชำเลืองเห็นอีกคนทรุดลงไปนั่งกับพื้นฟุตบาธหน้าซีด
เหงื่อซึมออกมาตามใบหน้าก็ชักใจอ่อน ดูท่าสึบาสะจะอาการไม่ค่อยดีนักตั้งแต่เมื่อเช้ามืดที่เขาไปถึงแล้ว

ฮ้า...ฮ้า...สึบาสะหอบหายใจลึกๆ

“นาย...รู้สึกไงมั่ง?”

เสียงโชเริ่มอ่อนลง และเดินมานั่งยองๆใกล้ๆ

“ก็เหนื่อยน่ะสิ จะรู้สึกอะไรล่ะ”

คนฟังกระดกมุมปากเหยียดเป็นเชิงสมน้ำหน้าเล็กๆ รู้จักกันมานานย่อมรู้ถึงความดื้อด้านและปากแข็งของหมอนี่ดี
ถ้าไม่ใช่ว่าไม่ไหวจริงๆ คงไม่ยอมเอ่ยปากขอพัก

โชเองไม่เคยใจแข็งกับสึบาสะได้นาน มองดูอีกคนหอบฮั่กๆ ใบหน้าซีดเซียว ก็ยกหลังมือทาบหน้าผากคนป่วยเบาๆครู่หนึ่ง

“หรือจะเรียกแท็กซี่?”

“อย่าเลย เดือนนี้จะไม่มีตังค์กินข้าวอยู่แล้ว แถมแถวนี้ก็ใช่ว่าจะหาแท็กซี่ได้ง่ายๆซะที่ไหน" พูดไปก็มองทางเดินทั้งซ้ายขวาไป

"ย่านคนรวยแบบนี้เดินมาตั้งนานป้ายรถเมล์ยังไม่เห็นเลยดูดิ”

โชพยักหน้านิดๆเป็นเชิงเห็นด้วย มองทางเดินลงเนินนิดๆข้างหน้า
ก่อนขยับหมุนตัวไปนั่งยองๆทางด้านหน้าของสึบาสะแล้วหันมาพูด

“ขึ้นมาสิ! นายเดินช้าเป็นทากแบบนี้ ขืนรอล่ะก็ กว่าจะกลับถึงบ้านคงเกือบๆชาติหน้า”

แม้คำพูดจะไม่ลื่นหู แต่ก็รู้นิสัย ว่าอีกฝ่ายร้ายแต่ปากเท่านั้นแหละ สึบาสะเลยตอบยิ้มๆ

“ไม่เอา! ผู้ชายขี่หลังผู้ชาย ใครเห็นเข้า อายเค้าตายเลย”

“โถ! พ่อคุณ! สภาพแบบนี้ยังจะมาเล่นองค์อีก จะขี่หลังดีๆหรือจะให้ชั้นจับนายกลิ้งลงเนินไปดีล่ะ?
แต่ชั้นไม่นั่งแห้งตากแดดอยู่แถวนี้หรอกนะ อยากกลับไปพักที่บ้านเต็มทีแล้ว”

จนด้วยเหตุผล คนตัวบางเลยได้แต่ร้อง ฮึ! แต่ก็ยอมไต่ขึ้นไปขี่หลังเพื่อนจอมปากจัดของเขา

มือที่โอบรอบคอกับใบหน้าที่เคลื่อนมาใกล้ แถมยังลมหายใจคนด้านหลังที่เป่าเป็นลมอุ่นรดต้นคอ
ทำให้โชเองชักรู้สึกเขินนิดๆขึ้นมาเหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันก็อารมณ์ดีขึ้นจนผิวปากหวือออกมา
แกล้งยกอุ้มคนด้านหลังขึ้นสูงอย่างเร็วจนตัวลอย ทำเอาคนตัวบางร้องเหวอ ก่อนเอ็ดตะโรใส่
โชไม่ได้ตอบโต้อะไร แค่แอบหัวเราะหึหึ

เขาไม่รู้หรอกนะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทางสึบาสะเองก็คงจะรู้สึกแย่สุดๆ เช้านี้ถึงได้จงใจเข้าโหมดโจรใต้
ที่พยายามยืนยันกับชาวโลกสุดฤทธิ์ว่าเขาไม่ใช่เพศแม่ อาการนี้เขาเองก็ไม่ได้เห็นมานานแล้ว
เดินเงียบๆมาสักพัก โชก็เอี้ยวหน้าไปถาม

“นี่...สึบาสะ...หมอนั่นไม่ได้ทำอะไรนายมากกว่าที่ชั้นเห็นใช่ไหม?”

แต่ไม่มีเสียงตอบเพราะอีกคนหลับฟุบคาหลังไปซะแล้ว
ไม่อยากปลุก โชก็เลยแค่เดินแบกอีกคนไปเงียบๆ

‘ช่างเถอะ…ไว้หมอนั่นอยากเล่าก็คงจะเล่าเองนั่นแหละ’

……………………………………………………

..ฮ้า...ฮ้า...

เสียงลมหายใจหนักๆถี่กระชั้น ราวกับเจ้าตัวกำลังขาดอากาศหายใจ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ไหล่บางเกินกว่าจะให้ความรู้สึกของเพศเดียวกันที่เขาสวมกอดไว้เมื่อคืนนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

นี่ยังไม่นับใบหน้ามนเนียนที่ซับสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์ยา ผนวกกับฤทธิ์แอลกอฮอร์เข้าให้อีก
กว่าจะรู้ตัว เขาก็เผลอคว้ากล้องคู่ใจมาเก็บภาพหมอนั่นเข้าให้ซะแล้ว ความรู้สึกรุ่มร้อน น่าลุ่มหลงนั่น
ตรงกับอิมเมจงานโฆษณาที่เขากำลังมองหาอยู่พอดี

...ผู้ชายอะไรดันเข้ากับอิมเมจน้ำหอมของผู้หญิงซะงั้น...

ตั้งแต่เมื่อคืนมาเขาก็ฟุ้งซ่านคิดอะไรเลอะเทอะไปเรื่อย จนชักสงสัยว่า คนที่โดนฤทธิ์ยาปลุกนั่น
มีแค่เจ้าคนตัวบางจริงรึเปล่านะ

“เฮ้อ…ท่าจะเพี้ยนแล้วสิชั้น”

ทาคิซาว่าพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่นั่งจมอยู่ที่โซฟาในคอนโดของตัวเองจ้องมองรูปใบหน้าของคนในความคิด
ที่โชว์หราอยู่ในเฟรมกล้องดิจิตอลตัวใหญ่ในมือที่เขาใช้ทำงาน นิ้วมือเลื่อนไปใกล้ปุ่มไอค่อนรูปถังขยะ
แต่แล้วก็กลับค้างไว้ครู่หนึ่ง ก่อนเปลี่ยนใจกดปิดหน้ากล้องแล้ววางกลับที่เดิม
จากนั้นก็ลุกเดินกำซองบุหรี่ไปยืนสูบที่ระเบียงแทน

-------------To be Continue--------------

ปล.เนื่องด้วยทิ้งไว้ซะเนิ่นนานเลยเอาตอนต่อสั้นๆมาปล่อยแก้เก้อ เอิ๊ก!.... ON043

ออฟไลน์ Pla

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5134
  • เพศ: หญิง
Re: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.06
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2013, 01:12:06 PM »
 ON035
Plathong for Tackey&Tsubasa forever

ออฟไลน์ Lunarfaye

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2914
  • เพศ: หญิง
Re: Fiction : Seduction Game-เกมรักยั่วใจ ep.06
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2013, 11:24:03 PM »
ON035
แวะเข้ามาทักทายสินะแกน่ะ
ปล.ง่วง รีบแปะ ไว้ค่อยเข้ามาจัดย่อหน้าใหม่อะไรใหม่ให้อีกทีละกัน วุ่นมากช่วงนี้ แต่ไม่วายอยากจะวายยยย 555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 05, 2013, 06:30:21 AM โดย Lunarfaye »